ข่าวสาร ข้อมูล ทุกด้านต้องรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ฟังข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว/ FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถาม workingmailhome@hotmail.com

"เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน"

ฉันไม่ชอบกฎหมาย
Blognone
Bookmark and Share

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ดูแลคนพิการ / บทบรรณาธิการ

ดูแลคนพิการ / บทบรรณาธิการ

บรรณาธิการ7/8/2552

                                                                                ดูแลคนพิการ

 

                ไหน ๆ นายกรัฐมนตรีก็พูดเรื่องความใฝ่ฝันว่าต้องการทำเรื่องสวัสดิการคนชรา  สวัสดิการคนยากจนคนด้อยโอกาส  แล้วก็มีโครงการจะให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีประกันสังคมได้มีกองทุนสวัสดิการวัยชราของกลุ่มตนบ้าง     แต่กองทุนการออมเพื่อการชรานี้     สมาชิกต้องจ่ายเงินเหมือนกับประกันตัวเอง  โดยจ่ายครึ่งหนึ่งและรัฐบาลจะจ่ายสมทบอีกครึ่งหนึ่ง   เริ่มต้นที่อัตราส่งเงินเดือนละ 50 บาท แล้วรัฐออกเงินสมทบอีก 50 บาท     ดู ๆ แล้วโครงการน่าจะเป็นไปได้  เพราะพลเมืองต้องจ่ายเงินเพียงวันละบาทกว่า ๆ นิดหน่อย    

                ประเด็นนี้ถ้าพลเมืองมีจิตสำนึกการออมดี  ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา

                แต่เราก็ยังต้องติงไว้ว่า    ต้องสร้างความเข้าใจให้ดี  สร้างจิตสำนึกให้ตรงกัน   เพราะแม้จำนวนเงินที่ต้องส่งรายเดือนจะน้อยในสายตาของคนทั่วไป   แต่สำหรับคนที่ลำบากยากแค้นจริง ๆ  โดยเฉพาะยามเมื่อผู้ประกอบอาชีพอิสระขาดรายได้ หรือเป็นหนี้สินมาก ๆ    เช่นชาวนาที่ขาดทุนทุกปี  จะมีเงินเหลือส่งกองทุนนี้ได้อย่างไร  

                รัฐบาลต้องตั้งปัญหารูปธรรมขึ้นมาเยอะ ๆ   แล้วคิดหาหนทางบรรเทา หนทางแก้ไข เอาไว้มาก ๆ  เพื่อบริการพลเมืองส่วนนี้ซึ่งที่จริงแล้วเป็นส่วนข้างมากของประชากรไทยด้วยซ้ำ

          นอกจากนั้นแล้ว  สิ่งที่นายกรัฐมนตรีไม่ควรลืมคือเรื่องสวัสดิการคนพิการ

                คนพิการในสังคมไทยมีเยอะจริง ๆ    การพิการบางอาการก็เกิดจากการเจ็บป่วยแล้วขาดโอกาสรับการรักษาพยาบาลที่ดี   เช่นโรคตาบางประเภท   มิใช่พิการมาแต่กำเนิด  แต่เกิดจากเจ็บป่วยหลังจากคลอดแล้ว

                การพิการบางอย่างเป็นโรคทางพันธุกรรม   ซึ่งการบริการสาธารณสุขที่ดีในสังคม    จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงที่จะมีบุตรพิการได้

                โรคที่เกิดจากความบกพร่องของการทำงานของอวัยวะบางส่วน  เช่น โรคออทิสติก   ถ้าหากตรวจพบโดยเร็วและได้รับเลี้ยงดู รักษา ฝึกฝน อย่างถูกวิธี   ผู้ป่วยก็จะสามารถดูแลตนเองได้    ไม่เป็นภาระและปัญหาสังคม 

                ผู้พิการจำนวนมากก็เกิดจากการประสบอุบัติเหตุ    ซึ่งอุบัติเหตุต่าง ๆ นั้นก็มีทั้งที่ไม่ควรจะเกิดไม่ควรจะสูญเสีย  อย่างเช่น การเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะ   บางเรื่องก็เป็นเรื่องสุดวิสัย  บางเรื่องเกิดจากการทำงานซึ่งผู้ใช้แรงงานมีความเสี่ยงสูงกว่าอาชีพอื่น

                โดยภาพรวมแล้ว  ผู้พิการในสังคมไทยยังมีความยากลำบากในการดำรงชีวิต   ควรที่รัฐบาลจะวางโครงการสวัสดิการช่วยเหลือให้เป็นระบบอย่างทั่วถึงกันเสียที 

                และยิ่งถ้าหากหวยออนไลน์เปิดขายกันได้    อาชีพขายล็อตตารี่เป็นใบ ๆ ของกลุ่มคนพิการจะกระทบกระเทือนอย่างไร   ก็น่าห่วงกังวล  

                จึงขอฝากนายกรัฐมนตรีใช้เวลาที่ยังมีอยู่ผลักดันเรื่องการช่วยเหลือคนพิการทุกกลุ่มด้วย

http://www.siamrath.co.th/uifont/Articledetail.aspx?nid=3896&acid=3896

--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กฎเหล็ก ศธ.ห้ามร.ร.ปฏิเสธไม่รับคนพิการ-ต้องจัดระบบส่งเสริมการศึกษา

    

วันที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:45:09 น.  มติชนออนไลน์

กฎเหล็ก ศธ.ห้ามร.ร.ปฏิเสธไม่รับคนพิการ-ต้องจัดระบบส่งเสริมการศึกษา

ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์รายงานเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่า มีการประกาศใช้ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการว่าด้วยการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการพ.ศ. 2552 ในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 29 กรกฎาคม 2552โดยมีสาระสำคัญให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดการศึกษาสำหรับคนพิการโดยจัดระบบหรือรูปแบบที่สนับสนุนการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงความสามารถ ความสนใจความถนัด และความจำเป็นพิเศษตามประเภทของคนพิการรวมถึงการจัดสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุนการเรียนการสอน ตลอดจนบริการสิ่งอำนวยความสะดวกเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใด

 

สำหรับรายละเอียดของระเบียบดังกล่าวมีดังนี้


“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน


“ส่วนราชการ” หมายความว่า หน่วยงานตั้งแต่ระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่มีสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่จัดการศึกษาสำหรับคนพิการ


“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ


“กองทุน” หมายความว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ


1.ให้สถานศึกษามีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการตามภารกิจของสถานศึกษานั้น โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย


2.ในกรณีที่สถานศึกษาใดปฏิเสธไม่รับคนพิการเข้าศึกษาโดยไม่มีเหตุผลและความจำเป็นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ให้ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551


3.เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ ให้สถานศึกษาซึ่งได้รับคนพิการเข้าศึกษา มีการดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

 

(1) จัดระบบหรือรูปแบบที่สนับสนุนการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงความสามารถ ความสนใจความถนัด และความจำเป็นพิเศษตามประเภทของคนพิการทางการศึกษา


(2) จัดสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุนการเรียนการสอน ตลอดจนบริการสิ่งอำนวยความสะดวกเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่คนพิการสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้


3.ในการจัดทำหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ การทดสอบทางการศึกษา การวัดและประเมินผลการศึกษา ให้สถานศึกษาและส่วนราชการที่รับผิดชอบดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาพ
ความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภท ตามรูปแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)กำหนด หรือตามที่สถานศึกษาเห็นสมควร


4.ในกรณีที่คนพิการซึ่งมีอุปสรรคและมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือในการเดินทางเพราะเหตุแห่งความพิการนั้น ให้สถานศึกษาหรือส่วนราชการที่รับผิดชอบจัดบริการ
สำหรับการเดินทาง หากเงินอุดหนุนของสถานศึกษาไม่เพียงพอ ให้สถานศึกษาขอรับการสนับสนุนจากกองทุนหรือส่วนราชการต้นสังกัดของสถานศึกษานั้นได้


5.เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษแก่สถานศึกษา ทั้งนี้
ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ


6.ให้ส่วนราชการต้นสังกัดของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการรายงานผลการดำเนินงานในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ต่อคณะกรรมการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249375611&grpid=01&catid=04
--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หนุ่มผู้ดีแฮกข้อมูล UFO ของนาซาอาจติดคุกในสหรัฐฯ

หนุ่มผู้ดีแฮกข้อมูล UFO ของนาซาอาจติดคุกในสหรัฐฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2552 18:39 น.
แม็คคินนอนป่วยเป็นออทิสติก แต่เจาะข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ของนาซ่าได้ โดยบอกว่าอยากได้หลักฐานเรื่องจานบินลึกลับ(ยูเอฟโอ)
       เอเอฟพี - ชายชาวอังกฤษที่ถูกกล่าวหา ว่า พยายามแฮกข้อมูลบนระบบคอมพิวเตอร์ของกองทัพและองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) อาจติดคุกหลายปีในสหรัฐฯ หลังจากคำร้องของเขาในการขอยกเลิกการส่งผู้ร้ายข้ามแดนถูกศาลแดนผู้ดีปฏิเสธ
       
       แกรี แม็คคินนอน ซึ่งป่วยเป็นออทิสติก อาจต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำอเมริกัน หากถูกตัดสินว่า มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาว่า เขาเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ 97 เครื่องในปี 2001 และ 2002 หลังจากเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ในปี 2001
       
       แม็คคินนอน วัย 43 ปี กล่าวว่า เขาแฮกข้อมูลของกองทัพเรือสหรัฐฯและองค์การนาซาเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับยานยูเอฟโอเท่านั้น
       
       ล่าสุด วันนี้ (31) ศาลสูงอังกฤษปฏิเสธที่จะทบทวนคำตัดสินของ แจ็คกี สมิธ รัฐมนตรีมหาดไทยของอังกฤษในช่วงนั้นที่ออกคำสั่งให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
       
       ทนายความของแม็คคินนอน กล่าวว่า คำตัดสินนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด โดยเขามีเวลา 28 วันในการอุทธรณ์ต่อไปอีก ทั้งนี้ เขาระบุว่า ไม่ควรจะส่งตัวลูกความของเขาไป เนื่องจากเขามีอาการของโรคแอสเพอร์เจอร์ซินโดรม ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของออทิสติก ซึ่งอาจจำทำให้เขาฆ่าตัวตายหรือมีปัญหาทางจิตได้หากถูกส่งตัวไปสหรัฐฯ

ชาร์ป มารดาของแฮกเกอร์ออทิสติก
       ทนายของแม็คคินนอน ระบุว่า ลูกความของเขาควรจะถูกดำเนินคดีในอังกฤษอย่างง่ายๆ และจะได้รับโทษที่เบากว่า อย่างไรก็ตาม สำนักอัยการตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ว่า สมควรที่จะดำเนินคดีนี้ในสหรัฐฯ ทั้งนี้ อัยการในอังกฤษระงับการดำเนินคดีนี้ไป เนื่องจากสหรัฐฯขอตัวแม็คคินนอนไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ
       
       “หัวใจเราแตกสลาย หากกฎหมายบอกว่า ยุติธรรมแล้วที่จะทำลายชีวิตของคนสักคนแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นกฎหมายที่ไม่ดี” เจนิส ชาร์ป มารดาของแม็คคินนอน กล่าว หลังได้ฟังคำตัดสิน

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000086919


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://ilaw.or.th
http://www.pnac-th.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.thaisara.com
http://www.oknation.net/blog/aumpradya
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
http://www.oknation.net/blog/summer

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ทึ่งหนุ่มพิการขาลีบใช้เข่าแทนขาประกอบรถอีแต๋นขาย

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:25:35 น.  มติชนออนไลน์

ทึ่งหนุ่มพิการขาลีบใช้เข่าแทนขาประกอบรถอีแต๋นขาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พบนายสุพรรณ เยขจร อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ 5 บ้านหาดกำแพง ต.บ้านโคน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ หนุ่มพิการขาลีบทั้ง 2 ข้าง ต้องใช้หัวเข่ายันพื้นเดินแทนขา เรียนจบแค่ชั้น ป.4 แต่มีความสามารถซ่อมเครื่องยนต์ทางการเกษตรทุกชนิด พร้อมรับต่อประกอบรถอีแต๋นหรือที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า


"รถไทยแลนด์" ใช้เวลาต่อรถเพียงแค่ 15 วัน ยึดอาชีพมานานกว่า 20 ปี โดยไม่มีลูกมือคอยช่วยเหลือ ไม่เคยคิดย่อท้อต่อชะตาชีวิต มีความขยันขันแข็งมุมานะบากบั่น คนทั้งหมู่บ้านทึ่งในความสามารถ จนได้รับฉายาว่า "ช่างเปี้ย"


นายสุพรรณเผยว่า ขาทั้ง 2 ข้างลีบและเล็กมาตั้งแต่กำเนิด เรียนจบ ป.4 ไปขออาศัยอยู่กับญาติซึ่งเปิดอู่รถซ่อมเครื่องยนต์ที่ จ.พิษณุโลก ไม่ได้ค่าแรง แต่ได้ข้าวกินและที่นอน พร้อมกับการได้เรียนรู้ในวิชาชีพด้านช่าง กระทั่งอายุ 17 ปี ก็เปิดอู่เองขนาดเล็กที่บ้านด้วยการซ่อมเครื่องยนต์ทางการเกษตรตั้งแต่รถไถนาทุกยี่ห้อ จนมาถึงการซ่อมล้างเครื่องยนต์ประเภทรถยนต์ดีเซลและเบนซิน กระทั่งมีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น


"เมื่ออายุได้ 20 ปี แต่งงานมีครอบครัว ภรรยาเป็นชาวพิษณุโลก ไม่คิดรังเกียจที่ร่างกายพิการ คอยเป็นกำลังใจให้ จึงเริ่มขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือประชาสงเคราะห์เดิมครั้งแรก 20,000 บาท และครั้งที่ 2 จำนวน 40,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนส่งเป็นรายเดือนละ 500 บาท เพื่อซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการซ่อมแซมรถยนต์ ต่อมาพลิกผันอาชีพจากช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างเดียว หันมาพัฒนาตัวเองด้วยการประกอบต่อตัวรถไทยแลนด์ขาย โดยใช้เวลา 15 วันต่อรถเสร็จ 1 คัน รายได้ก็พออยู่พอกินสามารถเลี้ยงครอบครัวและลูกชายที่อายุเกือบ 2 ขวบ"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249122385&grpid=03&catid=19



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.familynetwork.or.th
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.webmaster.or.th
http://www.thailandshowtime.com/2009

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พม.มอบ 41 โล่เชิดชูช่วยผู้ยากไร้

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6816 ข่าวสดรายวัน


พม.มอบ 41 โล่เชิดชูช่วยผู้ยากไร้




เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานประกาศเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในภาวะยากลำบากและผู้อยู่ในภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น ประจำปี 2552 โดยมีนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็นประธาน มอบช่อดอกไม้และกล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงพม.ได้คัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในภาวะยากลำบากฯ จำนวน 41 ราย แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่
 
1.ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก จำนวน 9 ราย อาทิ ด.ต.สมศักดิ์ บุญรัตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ปฏิบัติหน้าที่ "ครูตำรวจข้างถนน" กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญญาติ ซึ่งมีผลงานการช่วยเหลือชาวบ้าน ต.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จำนวน 1,243 คน ได้รับสัญชาติไทย
2.องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ฯ จำนวน 19 องค์กร อาทิ มูลนิธิกระจกเงา มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ กองทุนเด็กดอย ครูบ้านนอกช่วยเหลือผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก มูลนิธิคุณพ่อเรย์ช่วยคนพิการและเด็กเร่ร่อนพัทยา เป็นต้น

 3.สื่อที่นำเสนอกิจกรรมเป็นประโยชน์จำนวน 5 ราย อาทิ รายการปลดหนี้ บางอ้อ คนละไม้คนละมือ เป็นต้น
4.บุคคลที่อยู่ในภาวะยากลำบากฯ จำนวน 8 ราย อาทิ น.ส.มะกูด ต่ออำนาจ ร่างกายพิการแขนและขาขาด มีฐานะยากจนแต่ขวนขวายประกอบอาชีพใช้ปากถักไหมพรมหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้บุคคลและองค์กรที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจะเข้ารับประทานรางวัลโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ 27 ก.ค. เวลา 16.00 น. ที่พระตำหนักสวนกุหลาบ

หน้า 11

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01EVXdNekk0TURjMU1nPT0=&sectionid=TURNek5RPT0=&day=TWpBd09TMHdOeTB5T0E9PQ==

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.sanamluang.bloggang.com
http://tham-manamai.blogspot.com
 
 




แบ่งปันรูปถ่ายกันอย่างง่ายดายด้วย Windows Live™ Photos ลากแล้วปล่อย

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รถเข็นคนพิการต้นทุนต่ำมากคุณภาพของดีจากมทร.ธัญบุรี

รถเข็นคนพิการต้นทุนต่ำมากคุณภาพของดีจากมทร.ธัญบุรี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2552 12:18 น.
       ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ การมีร่างกายครบ 32 สมบูรณ์ทุกประการนั้น ถือว่าโชคดีกว่าเป็นไหนๆ แม้จะมีหรือจน หากยังมีโอกาสทำมาหาเลี้ยงชีพได้ แต่สำหรับคนที่ต้องพิการมาแต่กำเนิดล่ะ ความลำบากของพวกเขาจะมากเท่าใด แค่การขยับแขน ขายังยากแล้ว จะนับอะไรกับการทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่ขึ้นชื่อว่าคนไทยแล้วความมีน้ำใจช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่เคยหายไป เช่นเดียวกับสถาบันแห่งหนึ่ง

ทีมผู้จัดทำรถเข็นคนพิการแบบประหยัด
       นอกจากการเรียน การสอนอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมด้วย ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นความตั้งใจดีๆ ของ  มทร.ธัญบุรี โดยนักศึกษา และอาจารย์ภาควิชาครุศาสตร์อุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี ที่ได้คิดค้นงานวิจัยเพื่อคนพิการขึ้นนั่นคือ “รถเข็นคนพิการควบคุมด้วยไมโครคอนโทรเลอร์ (PIC16F877)” ที่เอื้อประโยชน์มากมายสำหรับคนพิการ จากต้นทุนน้ำใจที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไปสู่การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริง แถมราคายังถูกแบบสุดๆ ด้วย

       อาจารย์เดชฤทธิ์ มณีธรรม เจ้าของงานวิจัยเล่าว่า รถเข็นคนพิการที่ควบคุมด้วยไมโครคอนโทรเลอร์ (PIC16F877) เป็นรถเข็นกึ่งอัตโนมัติที่นำเอามอเตอร์ DC มาเป็นตัวขับเคลื่อนล้อของรถเข็นทั้งสองข้างโดยใช้ข้างละตัวและใช้อีกหนึ่งตัวเพื่อควบคุมทิศทางในการเคลื่อนที่ของรถเข็น โดยใช้ คีย์สวิตซ์ เป็นตัวบังคับซึ่งจะช่วยให้ผู้พิการสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยหลักการทำงานคือ1.เริ่มจากการเขียนโปรแกรม โดยภาษาซี (ภาษาระบบคอมพิวเตอร์)
       
       แล้วทำการแปลงเป็น hex.file (ภาษาเครื่องจักร Machine Languages) แล้วต่อเข้าไปที่CPU 2.Set ปุ่มการทำงานโดยการดาวน์โหลดซอฟแวร์ลงไป เพื่อตั้งระบบKEY PAD เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของรถเข็น เช่น เลข 4 ไปซ้าย เลข 6 ไปขวา เลข 2 ไปหน้า และเลข8 ถอยหลัง และ/หรือ ปุ่มที่เหลืออาจตั้งค่าให้เป็นไฟไซเรนเพื่อเวลาคนพิการต้องการความช่วยเหลือ เป็นต้น
       
       ขั้นตอนสุดท้าย SET ปุ่มปรับความเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยเลือกความเร็วระดับไหน ตามความต้องการ ตัวรถเข็นรับน้ำหนักมากสุดถึง130 กิโลกรัม อัตราความเร็ว 7 กม./ชม. ตัวมอเตอร์ DC ขนาด 24 โวลท์ 3 ตัว เวลาการใช้งานสูงสุด 2-3 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน
       

       ราคาต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่
10,000-40,000 บาท
ในขณะที่ของต่างประเทศราคาอยู่ที่ 150,000-300,000 บาท ถูกกว่าทั่วไปเกือบสิบเท่าตัว
       
       นอกจากนี้ตัวไมโครคอนโทรเลอร์ (Microcontroller) ยังมีหลายตระกูลด้วยกัน ที่นิยมใช้กันมากก็คือ ตระกูล(PIC16F877) ที่ใช้ในงานวิจัยนี้ จุดเด่นของมันคือ สามารถนำมาใช้ได้หลากหลาย หาซื้อได้สะดวก และสามารถเขียนโปรแกรมคำสั่งได้หลายครั้ง
       
       อาจารย์ยังย้ำทิ้งท้ายอีกว่า หากมีผู้ร่วมสนับสนุนทุน และวัสดุอุปกรณ์ ก็ยินดีอย่างมากที่ จะประกอบตัวรถเข็น แจกจ่ายให้ผู้พิการได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึงมากขึ้นและกระจายวงกว้างมากขึ้นเพื่อยกระดับคนพิการอีกด้วย"...
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000084705

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.sanamluang.bloggang.com
http://tham-manamai.blogspot.com
http://lifeanddeath2mcu.blogspot.com
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.projectlib.in.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.nstda.or.th/th
http://www.arda.or.th
http://www.nppdo.go.th
http://www.tlcthai.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.oknation.net/blog/assistance
http://weblogcamp2009.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แจ้งย้ายสำนักงานใหม่ขององค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก// เพิ่มเติม



Please visit blog.Thank you so much.
http://www.sanamluang.bloggang.com
http://tham-manamai.blogspot.com
http://lifeanddeath2mcu.blogspot.com
http://www.thaiyogainstitute.com
http://www.parent-youth.net
http://www.thaihof.org
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.truecorp.co.th
http://www.industry4u.com
http://logistics.dpim.go.th

--- On Wed, 7/22/09, JeaB <kwanruthai@dpiap.org> wrote:

From: JeaB <kwanruthai@dpiap.org>
Subject: แจ้งย้ายสำนักงานใหม่ขององค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก// เพิ่มเติม
To: 
Date: Wednesday, July 22, 2009, 10:30 PM

เรียนทุกท่าน

 

ด้วยองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะย้ายที่ทำการสำนักงานจากเลขที่  ๒๙/๔๘๖ หมู่ ๙ ซอย ๑๒ เมืองทองธานี  ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ ๑๑๑๒๐ ไปยังสถานที่ทำการแห่งใหม่ เลขที่ ๙๒ ซอย ราชครู  ถนน พหลโยธิน ๕   แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๔๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ –๒๗๑๒๑๒๓ โทรสาร ๐๒ –๒๗๑๒๑๒๔  Website http://www.dpiap.org   ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

 

            จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

ขออภัยหากอีเมลฉบับนี้เป็นการรบกวน หรือส่งซ้ำ

 

 

ขวัญฤทัย  สว่างศรี

ผู้ประสานงานโครงการในประเทศ

องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

29/486 หมู่9 ซอย12 เมืองทองธานี                                          

ต.บางพูด  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

โทรศัพท์ 02 - 5034268 โทรสาร 02- 5034269

มือถือ 086 6222602

 

 

 

 

 

 


รายการบล็อกของฉัน

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ข่าวสาร ข้อมูล ทุกด้านต้องรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ฟังข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถาม workingmailhome@hotmail.com