การตูนเซีย 25 พฤษภาคม 2552
ข่าวสาร ข้อมูล ทุกด้านต้องรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ฟังข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว/ FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถาม workingmailhome@hotmail.com
| วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 |
การจัดเก็บค่าโดยสารระบบรถไฟด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สุวรรณภูมิแอร์พอร์ตเอกซ์เพรส) เป็นระบบรถด่วนจอดเพียงสถานี ต้นทางและปลายทาง (มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) ราคา 150 บาท และระบบรถไฟท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สุวรรณภูมิแอร์พอร์ตซิตีไลน์) ซึ่งเป็นรถที่จอดทุกสถานี ราคา 15-45 บาท ตามระยะทาง
ขณะนี้ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างดำเนินงานเสร็จไปแล้วกว่า 98% เหลือเก็บรายละเอียดงานก่อสร้างอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ยัง มีการก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างสถานีในโครงการแอร์พอร์ตลิงก์กับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ส่วนการจัดตั้งบริษัทลูกเดินรถคาดว่าจะเข้าครม.สัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ได้ให้ฝ่ายบริหารไปเร่งรัดผู้รับเหมาในการดำเนินงาน โดยเฉพาะทางเข้า-ออกสถานี ครม.ได้อนุมัติงบดำเนินการปรับปรุงแล้วกว่า 115 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์
| วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 |
สายสีชมพูจะได้รับงบประมาณจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกแบบ รายละเอียด 3,711 ล้านบาท และสายสีน้ำตาล 1,702 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากนี้จะเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
นางสร้อยทิพย์ กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายที่จะเร่งรัดโครงการสายสีชมพู โดย ตั้งเป้าว่าจะต้องเริ่มดำเนินการในปี 2553 เพื่อแก้ปัญหาจราจรบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ
วงเงินค่าก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนทั้ง 2 เส้นทาง คาดว่าจะชัดเจนหลังการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ ที่ผ่านมา สนข. ประมาณการว่าสายสีชมพูจะใช้เงินลงทุน 37,110 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายงานโยธา 17,090 ล้านบาท งานไฟฟ้าและเครื่องกล 7,855 ล้านบาท งานจัดหาขบวนรถ 6,770 ล้านบาท งานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกแบบรายละเอียด 4,580 ล้านบท และงานจ้างที่ปรึกษา 815 ล้านบาท โดยมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 34.75% และมีผู้ใช้บริการวันละ 1.95 แสนคน ในปี 2559
สายสีน้ำตาลจะใช้เงินลงทุน 17,020 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายงานโยธา 9,645 ล้านบาท งานไฟฟ้าและเครื่องกล 3,700 ล้านบาท งานจัดหาขบวนรถ 3,120 ล้านบาท งานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกแบบรายละเอียด 115 ล้านบาท และ งานจ้างที่ปรึกษา 440 ล้านบาท มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 21.05% และมีผู้ใช้บริการวันละ 7.11 หมื่นคน ในปี 2559
ขณะที่โครงการสายสีชมพูจะเริ่มต้นจากศูนย์ราชการนนทบุรี ผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ด เข้าถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา สิ้นสุดมีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. มี 24 สถานี เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีเขียวเข้ม และสีน้ำตาล ใช้รถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบยกระดับ
สายสีน้ำตาลจะเริ่มต้นที่แยกลำสาลี ใช้รถไฟฟ้า MRT เป็นทางใต้ดินตามแนวถนนรามคำแหงจนถึงคลองบ้านม้า เป็นทางยกระดับตามแนวเกาะกลางถนนรามคำแหงจนถึงมีนบุรี ระยะทาง 11 กม. มี 8 สถานี เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสาย สีส้ม สีน้ำตาล และสีชมพู
อนุกมธ.ด้านคนพิการฯ วุฒิสภา ชี้ เสวนาเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายคนพิการได้ประโยชน์จริง
25 พ.ค. 52 ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา คาด การจัดเสวนา เรื่อง “รวมพลังขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” จะได้แนวทางให้เกิดการบังคับใช้ได้จริง พร้อมเชิญชวนเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาร่วมการเสนา 29 พ.ค. นี้
นายมณเฑียร บุญตัน ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา กล่าวถึงการจัดเสวนาเรื่อง “รวมพลังขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. 52 ว่า อยากให้เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาเข้าร่วมการเสวนาเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ทราบถึงการดำเนินการด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการว่ามีกฎหมายใดบ้างที่ใช้บังคับอยู่มีผลกระทบต่อคนพิการ ทั้งลบและบวก เพราะในปัจจุบัน คนพิการในประเทศไทยมีถึงร้อยละ 10 คิดเป็นจำนวน 6 ล้านคน ดังนั้น สมาชิกวุฒิสภาถือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติจึงควรจะมีความเข้าใจในกรอบกติกาต่าง ๆ ที่ใช้และมีผลกระทบต่อคนถึงร้อยละ 10 ของประชาชนในการที่สมาชิกวุฒิสภาจะได้ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบทบาทต่อไป
นายมณเฑียร กล่าวต่อไปว่า คาดว่าหลังจากจัดเสวนาเรื่องดังกล่าวแล้วจะทำให้คนพิการได้รับประโยชน์จริงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายบริหาร หรือองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรคนพิการ จะสามารถนำแนวทางไปปฏิบัติได้ ทั้งนี้ การจัดเสวนาดังกล่าวจะมีขึ้น ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-307 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 เวลา 08.00-16.00 น. และจะมีการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาด้วย
อัญชิสา จ่าภา ผู้สื่อข่าว
มันทนา ศรีเพ็ญประภา เรียบเรียง
| 1.เลือกขนาดของโต๊ะเก้าอี้ให้เหมาะกับรูปร่าง ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป สังเกตจากเวลานั่ง เท้าจะวางราบสัมผัสพื้นได้ ส่วนหลังก็จะชนพนักพิงพอดี 2.นั่งเก้าอี้ให้เต็มก้น จะช่วยให้หลังไม่งอ ลดปัญหาปวดคอ คอเกร็ง สำหรับผู้ที่เผลอนั่งโดยโน้มตัวไปข้างหน้ามากเกินไป กล้ามเนื้อคอจะทำงานหนัก มีอาการตึง และส่งผลให้ปวดหลัง3.ก้มอ่านหนังสือในระดับพอเหมาะ ควรอยู่ระดับเดียวกับสายตา หากอยู่ต่ำกว่าจะทำให้เวลาอ่านต้องมองขึ้น - ลง บางครั้งเราจึงรู้สึกปวดแสบบริเวณหลังส่วนบน นอกจากนี้ ตำแหน่งวางข้อศอกควรอยู่ระดับเดียวกับพื้นโต๊ะ บริเวณไหล่จึงไม่เกร็ง 4.ไม่นั่งอยู่กับที่นานเกินไป ทุก ๆ 30 นาที ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง อาจยืดเส้นยืดสายอยู่กับที่หรือลุกเดิน เพื่อให้เส้นเอ็นคลายตัว แต่! หลีกเลี่ยงการก้มหรือยืดหลังแรง ๆ เพราะจะทำให้เจ็บกล้ามเนื้อได้ การนั่งอย่างถูกท่า ถูกวิธี นอกจากจะช่วยถนอมกล้ามเนื้อหลังแล้ว ยังเป็นการฝึกบุคลิกภาพที่ดีด้วย. 'รัตติกาล' |
| เตือนซดโคล่าหนักกล้ามเนื้ออ่อนแรง!! |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 23 พฤษภาคม 2552 11:49 น. |
|
| รางวัลยิ่งใหญ่ของพ่อผู้รอคอย เห็นหน้าลูกชายครั้งแรกในชีวิต |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 20 พฤษภาคม 2552 17:30 น. |
|